ผ่านมาแล้วกับ CONCERT A HEAD FULL OF DREAMS ของ Coldplay เพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่ตอนนี้ความทรงจำยังตราตรึงอยู่เลย

การได้รู้จักกับ Coldplay

เรารู้จัก Coldplay เพราะเพื่อนแนะนำมา เพื่อนค่อยๆป้อนเพลง+MV มาให้ทีละนิดทีละหน่อย นานวันไปเราก็เริ่มชอบ เพลงแรกที่เรารู้จักคือเพลง Adventure of a lifetime ซึ่งสำหรับคนที่ชอบ Coldplay มาก่อนหน้านี้เพลงนี้ก็ถือว่าเป็น Coldplay ในอีกยุคหนึ่งไปแล้ว

การตัดสินใจไปดู Coldplay

อันนี้ออกแนวเป็นประชามติกลุ่ม คือเพื่อนแก๊งค์นี้เป็นแก๊งค์ที่ไปเที่ยวข้าวสารด้วยกันตลอดและไม่เคยเสียเงินไปดู Concert เลยสักครั้ง พอเพื่อนๆอยากไปเราก็เลยอยากไปดูด้วยกันอารมณ์แบบสร้างความทรงจำร่วมกัน แต่ว่าตอนนั้นเรามีสภาวะไม่มั่นคงอยู่ คือเราเอาเงินเก็บเปย์ไปกับการไปญี่ปุ่นแล้ว แล้วเราจะเปลี่ยนงาน เราก็ไม่สามารถทุ่มราคาตั๋วแรงๆกับเพื่อนได้ แต่เพื่อนเราก็ออกให้ก่อนโดยเราจ่ายคืนทีหลัง สรุปโซนที่ได้มาคือโซน Standing B ราคา 4,500 บาท

การเตรียมตัวไปดู Concert

เมื่อได้บัตรมาแล้วเงินที่เปย์ไป 4500 บาทต้องเอาให้คุ้มเราต้องร้องเพลงให้ได้เพื่อความอิน เพลงก็ต้องส่ง Setlist ที่ใช้ในทัวร์ประเทศอื่นมาให้ เราก็ใช้ Joox นี้แหละในการสร้าง Setlist เอาไว้ซ้อมเพราะมีเนื้อให้อ่านระหว่างฟังไปด้วย ฟังช่วงเช้าระหว่างไปทำงาน เพลงที่ชอบเรียงลำดับตามความชอบ ซึ่ง 100% จะได้ฟังในคอนแน่ๆ

  1. Adventure of a lifetime
  2. The scientist
  3. Fix you
  4. Yellow
  5. Every teardrop is a waterfall
  6. Hymn For The Weekend
  7. A sky full of stars
  8. Viva la vida
  9. Everglow

วันคอน

ในส่วนของกระเป๋าก็เป็นสะพายข้างเล็กๆง่ายต่อการดูแลรักษา แต่ต้องใหญ่พอใส่เสื้อกันฝนเพราะช่วงนี้ฝนตกและทางผู้จัดไม่อนุญาตให้นำร่มเข้าไปได้ นอกนั้นพกของมีค่าติดตัวไปให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเราก็ออกเดินทางกัน

เมื่อวัน A Head Full of Dreams กลายเป็นวันรถติดแห่งกรุงเทพ

ประมาณบ่าย 3 ที่เรากับเพื่อนพร้อมเดินทางไปยังราชมังคลาด้วยกัน แต่วันตั้งแต่ออกเดินทางจากบ้านมารถก็ติดมาตลอด พอรวมตัวกับเพื่อนใช้ app ต่างๆในการเรียกรถก็ไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด การโบกเรียกรถยิ่งไม่ต้องหวัง ปฏิเสธซิค่ะ รออะไร T^T และแล้วก็มี Uber มาให้เราค่ะ เรามุ่งหน้าไปราชมังคลาใช้เวลาเกือบ 2 ชม. โดยระหว่างนั้นดู Google Map ก็แดงเถือกไปหมด โชคดีว่าพี่ที่ขับ Uber นั้นแม้มีอายุแล้ว แต่ก่อนเขาก็เคยเป็นติ่งเหมือนกัน แล้ว 1-2 วันนี้รับแต่ต่างชาติเขาก็มีแต่คนมาดู Coldplay ทำให้เขามีเพลงของ Coldplay เปิดให้เราฟัง พอเริ่มเห็นเราเบื่อเปิด Youtube build อารมณ์พวกเรากันเลยทีเดียว เพลงนี่กระหึมมาก แต่เมื่อหลังคอนเลิกมาดูบิลเรียกเก็บเงิน ลมจับเลย 1200 กว่าบาท ร้องเหี้ยดังมาก ดีว่าหารๆกันหน้าเลยไม่ซีดมาก

พอถึงสิ่งแรกที่ทำคือการหาห้องน้ำ

อาจจะดูเหมือนไม่ค่อยเกี่ยวกับคอน แต่ผู้หญิงเวลาเข้าห้องน้ำคิวมันมักจะยาวมากๆใช่ไหมคะ? นี่ก็เป็นอีกงานที่คิวยาวมาก ห้องน้ำมีน้ำนองออกมาข้างนอกด้วย เราก็ไม่รู้ว่าที่ไหลออกมานองๆนี้น้ำประปา หรือปัสสาวะ แต่เราเคยมาดูคอนที่ราชมังมาแล้วเรารู้ตำแหน่งห้องน้ำจุดอื่นเลยพาเพื่อนไป ซึ่งคิวน้อยกว่ามาก ห้องน้ำมีความสะอาดมากกว่าแน่นอน ถ้าเทียบกับอีกที่ เราเลยคิดว่าทุกคอนเลย ทำไมไม่มีผังห้องน้ำให้นะ??? มันเป็นเรื่องจำเป็นมากเลยนะ แต่ไม่เคยเห็นใครทำเลย

กายพร้อมใจพร้อมไปเดินดูบริเวณรอบๆงานกัน

ด้านหน้าเต็มไปด้วยบูธของกินต่างๆซึ่งพากันปิดไปหมดแล้ว ทั้งที่ก็เพิ่งจะ 6 โมงกว่าเอง คอนเริ่มตั้ง 3 ทุ่ม มีเหลือไม่กี่บูธ ซึ่งก็แถวยาวมากๆ เครื่องดื่มที่ขายในงานเป็น Non-alcohol ใครอยากดื่มไปหาเอาเอง เข้าใจว่ามีไฮเนเก้นเป็นสปอนเซอร์ก็จริง แต่อาจจะเพราะการไว้อาลัยเลยไม่มีการจำหน่ายสุราในงาน

แถวขาย Goods ยาวมากจริงๆ ของบางอย่างมีหมดไปแล้ว เสื้อยืดราคาเดียว 1,200 บาท (เท่ากับค่า Taxi เลย T^T)

นอกจากนั้นก็มีบูธให้ Body paint กัน เราก็ไปร่วมด้วย งานฝีมือความช้าต้องมา คิวยาวตามระเบียบ

AHFODTour-01

เดินหน้าเข้าสู่พื้นที่หลุม

ตอนเข้าไปตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจว่าฉันต้องยืนตรงไหนยังไง แต่พี่ยุ้ยบอกว่ามัน Stage เล็กอยู่ ตอนแรกเราเข้าใจว่าเป็นที่กลมๆ พี่ยุ้ยบอกว่าไม่ใช่ เราเลยนึกถึงผัง อ้อมันมีอะไรยื่นมาทางขวา เราคิดว่าเป็น Control แต่เหมือนจะไม่ใช่ เราเลยบอกว่าเรารู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วเราก็พาเพื่อนๆไป และแล้วเราก็มีสู่หลุมที่ใกล้ขอบเวทีมากกกก คือถัดไปประมาณ 5-6 เราก็เรียกได้ว่าเกาะขอบแล้ว ซึ่งมารู้ทีหลังหลังว่าตรงนั้นเรียก C-Stage ซึ่งจะเล่นเพลงตามคำขอจากแฟนๆประมาณ 2-3 เพลง(จำได้เลยว่าในคอนคริสขอบคุณ Instagram ที่ทำให้สามารถได้ยินคำเรียกร้องจากแฟนๆ)

วงเปิดกับ Jess Kent

บอกเลยว่าเรารู้ว่านางจะมาเป็นวงเปิดล่วงหน้า แต่เราไม่ได้เตรียมตัวไปฟังนางจริง ๆ จะบอกว่าเสียงนางดีนะ เพลงที่เล่นมีหลายแนวฟังแล้วสนุกดี เสียดายร้องเพลงไม่ได้ ทำได้แค่เต้นตามกับ Action ตามที่นางพูด นี่ตามอ่านทีหลังพบว่านางไม่มีสต๊าฟมาคอยช่วยเตรียมเครื่องดนตรีให้ ต้องวิ่งหยิบกีต้าเอง พอได้ทราบแบบนั้นเรายิ่งรู้สึกว่านางเล่นดีนะ คนหลังแบบเราไม่รู้สึกอะไรเลย รู้แต่ว่ามันลื่นๆดี

17834375_10154293726800894_8303150480789526088_o
Credit: BEC Tero-entertainment

21.00 น. เวลาแห่ง Coldplay ก็มาถึง

ก่อนอื่น Setlist ตามนี้ค่ะ –> A HEAD FULL OF DREAMS LIVE IN BANGKOK

  1. การเปิดตัวด้วย A HEAD FULL OF DREAMS 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น อุทานออกมาดังๆว่า “เชี้ย” มันดีมากจริง ๆ พุที่จุดออกมาตอนที่อารมณ์กำลังพีคเพราะทุกคนในฮอลรอคอยเวลานี้มานาน แต่ก็มีความชุลมุนนิดหน่อย โซนหลังๆข้อมือมันไม่ค่อยทำงาน เราตบมันอยู่หลายทีกว่ามันจะติด
  2. ไม่ทันได้หยุดคิด Yellow ก็ดังขึ้นมา แสงทั้งหมดเป็นสีเหลืองเต็มสนามด้วยความสวยงามนั้นพี่ผู้ชาย (ที่เราก็เพิ่งรู้จักกันในงาน) ถึงขั้นสะกิดให้เราหันไปมองข้างหลังบนสแตนด์มันสวยมากจริง ๆ ท่อนที่ร้อง “Look at the stars. Look how they shine for you” ทุกคนร้องได้ดังจริงๆ แล้วทุกคนก็พร้อมใจชี้มือไปบนฟ้าเป็นอะไรที่ฟินมากกกกก
  3. แล้วบีทก็เริ่มเร็วขึ้น แล้วเราก็เริ่มแหกปากเลยค่าาาา “I turn the music up, I got my records on
    I shut the world outside . . . I feel my heart start beating to my favorite song” ชอบเพลงนี้เพราะท่อนนี้จริง ๆ
  4. และกำลังมันส์ๆก็กลับมากระชากอารมณ์ด้วย “The Scientist” เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่เสียงร้องกระหึ่มมาก โดยเฉพาะท่อนNobody said it was easy
    It’s such a shame for us to part
    Nobody said it was easy
    No one ever said it would be this hardOh, take me back to the start
    อยากโอบคอร้องเพลงนี้กับเพื่อน ๆ แต่ด้วยความติ่งเราก็กระดึบมาข้างหน้าเรื่อย ๆ ทิ้งเพื่อนไว้เบื้องหลัง 555+
  5. เพลง Bird เป็นอะไรที่ CG บนเวทีสวยมาก เพลงอื่นก็อาจจะสวย แต่ไม่มีโอกาสได้ดู มัวแต่บ้าอยู่ การตัดภาพ smooth มาก
  6. ในส่วนของเพลง Paradise เป็นเพลงโปรดของเพื่อนเราเอง เราเลยหันไปมองเพื่อนๆผู้อยู่เบื้องหลัง อินกันทุกคน
  7. จากนั้นสมาชิกวงก็ย้ายมาเล่นยัง B-Stage ทำให้รู้ว่าเราอยู่ห่าง Main Stage ขนาดไหน แต่โชคดีเราสายดี + ตัวสูงทำให้มองเห็น Stage B ด้วย Always in my head เป็นเพลงที่ฟังเรื่อย ๆ แฟนๆดูสงบดี Magic ก็มีเสียงดังมาเป็นช่วงๆ ในท่อนยอดนิยม มามีความพีคตอน Everglow งานประสานเสียงก็มาในความเบาๆของเสียงดนตรีที่คลอเสียงคริสและเสียงแฟนๆ ซึ้งงงง
  8. ไม่แน่ใจว่าพี่คริสพูดช่วงไหนบน B-Stage ว่า 14 แล้วตอนนี้ได้กลับมาอีกก็รู้สึกดีมาก
  9. จากนั้นสมาชิกก็วิ่งกลับไปพร้อมกับเล่นเพลง Clocks
  10. ต่อด้วยเพลง Midnight ที่ก่อนหน้านี้สารภาพเลยว่าเราฟังทีไหร่เบื่อทุกที เพลงมันหน่วง ๆ แต่ก่อนเข้าคอนเพื่อนบอกแล้วว่าเพลงนี้มันเอาไว้แสดงแสงสี ซึ่งมันสวยมากจริง ๆ เหมือนกับมีเมฆเคลื่อนตัวแล้วเปลี่ยนไปเป็นสีต่าง ๆ ตรงหน้าเราเลย
  11. จากนั้น Intro เพลง Charlie Brown ก็เริ่มขึ้นพี่คริสบอกให้แฟน ๆ ยกมือมาแล้วก็ตบมือไปด้วย ภาพที่อยู่ในความทรงจำคือดีมาก
  12. Hymn For The Weekend เล่นเป็นเพลงถัดมา ตอนนี้หันไปมองด้านหลังเพื่อนๆก็เริ่มเดินขึ้นมาแล้ว ซึ่งเพลงนี้เองมีคนบอกไว้ว่า “I Oh I oh I get a feeling up and high so high so high . ถ้ามีเพื่อนตุ๊ดไปด้วยให้มองหน้าเพื่อนชี้นิ้วแล้วโยกตามจังหวะ” ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามค่ะ สนุกดีเวลาได้ทำอะไรแบบนี้กับเพื่อน ๆ มันต่างกับตอนไปติ่งเอง ^^
  13. จากนั้นก็กลับมากระฉากอารมณ์เราอีกครั้งด้วย Fix You เพลงนี้ก็กระหึ่มด้วยเสียงแฟนๆอีกเช่นเคย แค่ท่อนนี้เราก็จะร้องไห้แล้วอ่ะ “When you try your best, but you don’t succeed” มาเจอเสียงพี่คริสกับหูยิ่งไปกันใหญ่ ฮือออ เพลง Coldplay นี่ความหมายดีหลายเพลงมากจริงๆนะ
  14. Viva la vida และ Adventure of a lifetime นี่เต้นกันได้ต่อเนื่องเลย อยากมี space มากกว่านี้จะเอาให้สุดเลย

เวลาแห่ง C-Stage ก็มาถึง

พอจบเพลง Adventure of a lifetime เป็นเพลงแรกที่เหมือนมีการดับไฟแบบจริงจัง ตอนนั้นเองที่เราเห็นว่าพวกเขาเดินกันมาแล้ว ด้วยแสงไฟของโทรศัพท์ที่ส่องพวกเขานั้นเอง เดินกันมาจาก main stage มา b stage ถึง c stage กันแบบชิล ๆ ตอนนั้นเองทะเลมือถือเบื้องหน้าเราก็เกิดขึ้น เรียกได้ว่าจากมองเห็นอยู่ดีๆกลายเป็นมองไม่เห็นไปซะงั้น แต่ก็ดีใจที่แค่ช่วงแรก ๆ หลังจากนั้นก็มีลดไปบ้าง เราก็ถ่ายช๊อต 2 ช็อตนะ เพราะมันใกล้มากจริง ๆ ตามรูปที่อยู่ด้านบนเลย เพลง In My place ถ้าจำไม่ผิดแฟนจีนเป็นคนขอมา เมื่อจบก็มี Don’t panic และต่อด้วย Til Kingdom Come

เราไม่แน่ใจว่าเพลงไหนที่แถมให้โดยพี่คริสเอง เพราะว่าเราเป็นพี่คริสคุยกับกายก่อนบอกว่าจะเล่นให้อีกเพลงแล้วก็ใจเย็น ๆ นะขอคิดก่อน มีคนโซนเราตะโกนว่าเพลงอะไรก็ได้เล่นมาเหอะด้วย ฮา แต่ความรู้สึกเราเวลามีศิลปินเล่นเพลงแถมให้อ่ะก็ดีใจมากแล้ว

การอยู่ใกล้ C-Stage ทำให้เห็นว่าพี่กายงานดีมาก ดีจนกรี๊ดไปหลายรอบ ตอนเป่าออแกนนี่เท่บาดใจมาก เสียงพี่วิลก็ดีเช่นกัน บรรยากาศของ C-Stage เป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเองมาก เพราะมันใกล้มากอ่ะ ได้ Eye contact ก็ถือว่าบรรลุแล้ว >___<

Count down สู่การจบ

พอกลับไปเราก็รู้แล้วว่าเวลาที่เราเหลืออยู่ในคอนนี้คืออีกไม่นานก็จัดเต็มมาก ช่วงหลังนี้เองที่คริสขอบคุณแฟนทุกชาติที่มาในที่นี่ มีการถามว่าถ้าชอบก็จะมาที่นี่อีกนะด้วย ตอบดิว่ามาเลยยย งานดีแบบนี้ไม่มาอีกได้ไง จบเพลง Up&Up ด้วยการฟุ้งจางหายไปของพี่คริส สวยมากกกกก

เรื่องอื่นๆ

  1. งานนี้รวมหลายเชื้อชาติมาก รอบๆเรามีแต่อินโดนีเซีย ซึ่งก็แปลกๆทั้งคู่ กลุ่มหนึ่งก็นั่งไม่สนใจผู้คนพอเพลงเล่นก็ยืนขึ้นมาหยิบกล้องมาถ่าย ๆ (ไม่ได้ยินเสียงเพลงออกจากปากเขาเลย) อีกกลุ่มก็อินจัดทั้งร้องเต้นไม่สนใจรอบข้าง
  2. รอบนี้ตัดสินใจพลาดถ้าเราจองห้องโรงแรมไว้เดินทางชิลๆทั้งไปทั้งกลับ น่าจะถูกกว่าค่าเดินทางท้้งหมดที่เสียไปเมื่อวานแถมได้นอนฟินเม้ามอยกับเพื่อนทั้งคืนด้วย
  3. งานนี้ศิลปิน/ดาราไปเยอะเราก็เจอ Playground ตัวเป็นๆค่ะ
  4. คำพูดพี่คริส https://twitter.com/MorirunMahomie/status/850591775102091264

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s